สัมผัสประสบการณ์ศิลปะการครัวชั้นสูงและอาหารท้องถิ่น

กรุงเทพมหานครอาจขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งสตรีทฟู้ดของโลก” โดยผลการคัดเลือกจากสื่อต่างชาติหลายสำนักต่างยกย่อง “อาหารริมถนน”​ ของกรุงเทพฯ ทั้งในแง่รสชาติ ความหลากหลาย และสามารถหารับประทานได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ใช่ว่ากรุงเทพฯ จะโด่งดังเฉพาะอาหารริมทางเท่านั้นเพราะล่าสุด “มิชลินไกด์” ได้ติดดาวให้กับร้านอาหารในกรุงเทพฯ มากถึง 17 แห่ง โดยมีร้านที่ได้รับดาว 2 ดวง 3 แห่ง ได้แก่ ภัตตาคารอาหารอินเดีย ฝรั่งเศส และยุโรปสไตล์ฟิวชัน ส่วนร้านที่ได้รับดาว 1 ดวงมี 14 แห่ง โดย 7 ใน 14 แห่งนั้น เป็นร้านอาหารไทย และที่เหลือเป็นร้านอาหารนานาชาติ

แม้อันที่จริงแล้วเกณฑ์การประดับดาวมิชลินให้แก่ร้านอาหารจะถูกปิดไว้เป็นความลับ แต่โดยทั่วไปจะพิจารณาจากคุณภาพของวัตถุดิบ เทคนิคการปรุง รสชาติ ความคิดสร้างสรรค์​ และความเสมอต้นเสมอปลาย โดยดาว 1 ดวงหมายถึง ร้านอาหารคุณภาพสูง ควรค่าแก่การแวะชิม ดาว 2 ดวง ร้านอาหารยอดเยี่ยม ควรค่าแก่การเยือนแม้ต้องออกนอกเส้นทาง และดาว 3 ดวงหมายถึง สุดยอดร้านอาหารที่ต้องเดินทางไปลองชิมสักครั้ง

Molecular Gastronomy

Molecular Gastronomy คือศิลปะการปรุงอาหารที่มักพบในร้านอาหารมิชลินสตาร์ โดยมีกรรมวิธีการปรุงด้วยการนำเอาหลักการทางเคมีและฟิสิกส์มาใช้อาทิ “Flash Frozen” หรือการทำให้อาหารแข็งตัวโดยใช้ไนโตรเจนเหลวเพื่อเก็บกักน้ำ “Foams” การสร้างโฟมจากผัก ผลไม้ และชีส “Sous-vide” การบรรจุวัตถุดิบลงในถุงสุญญากาศและแช่ในน้ำที่ควบคุมอุณหภูมิเพื่อให้ความร้อนถ่ายเทสู่อาหารโดยไม่เสียคุณค่าและความชุ่มชื้น เป็นต้น ตัวอย่างเมนูที่ปรุงด้วยกรรมวิธีแบบ Molecular Cooking ในร้านอาหารอินเดียที่ได้รับดาวมิชลิน 2 ดวงได้แก่ “Yogurt Explosion”​ โยเกิร์ตเหลวด้านนอกเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ ข้างในผสมเครื่องเทศ ถั่วนานาชนิด ปรุงเครื่องเทศในถุงที่ทำจากข้าวสามารถรับประทานได้ทั้งถุง มูสมะม่วงที่ทำให้แข็งตัวโดยไนโตรเจนเหลว เป็นต้น


Haute Cuisine

Haute Cuisine” หรือ “ศิลปะการครัวชั้นสูง” คือการทำครัวและการบริหารจัดการรูปแบบหนึ่งที่มีส่วนอย่างยิ่ง ในการทำให้ภัตตาคารชั้นเลิศสามารถคว้าดาวมิชลินมาประดับร้านได้ Haute Cuisine คือความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด นับตั้งแต่ขั้นตอนการคัดสรรและการเตรียมวัตถุดิบ กรรมวิธีปรุงที่ซับซ้อน ความหลากหลายของส่วนผสม และองค์ประกอบต่างๆ ในการปรุงอาหารจนถึงการจัดจานพร้อมเสิร์ฟ อาทิ ในร้านอาหารฝรั่งเศสในกรุงเทพมหานครที่ได้รับดาวมิชลิน 2 ดวงนั้น จะคัดเลือกวัตถุดิบทั้งหมดจากแหล่งที่มาดั้งเดิมเท่านั้น โดยมีทั้งที่นำเข้าจากต่างประเทศและสั่งจากโครงการหลวง นอกจากนี้ Haute Cuisine ยังครอบคลุมถึงการจัดการในห้องครัวที่มีการแบ่งหน้าที่เชฟและคนงานในครัวอย่างเป็นลำดับชั้น การบริการที่เป็นเลิศชนิดไร้ที่ติ ตลอดจนการตกแต่งโต๊ะ และการสร้างบรรยากาศภายในร้านอีกด้วย


Finest ingredients with exceptional chefs’ talents

แน่นอนว่าหัวใจของอาหารคือวัตถุดิบและส่วนผสมทั้งหมด แต่นอกเหนือจากวัตถุดิบสดใหม่ที่คัดสรรมาอย่างดีจากทั่วโลกแล้ว ความสามารถในการนำส่วนผสมเหล่านั้นมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารแปลกใหม่ คือองค์ประกอบสำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งในการสร้างความอภิรมย์ที่ปลายลิ้นให้แก่บรรดานักชิมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารฟิวชันที่เกิดจากความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของเชฟ ต้องอาศัยความเข้าใจและความรู้ความชำนาญในกลิ่นและรสชาติของวัตถุดิบแต่ละชนิดอย่างแท้จริง ในร้านอาหารยุโรปสไตล์ฟิวชันที่ได้รับดาวมิชลิน 2 ดวง เชฟชาวญี่ปุ่นประยุกต์วิธีการปรุงอาหารแบบฝรั่งเศสเข้ากับวัตถุดิบชั้นเลิศจากญี่ปุ่น กลายเป็นหลากหลายเมนูที่สร้างความประทับใจจนได้มิชลินต้องติดดาวให้ถึง 2 ดวง


ประสบการณ์รสสัมผัสท้องถิ่น

นอกจากการลิ้มรสอาหารมื้อพิเศษในภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์ที่กรุงเทพฯ แล้ว การเดินทางเพื่อสัมผัสประสบการณ์อร่อยแบบท้องถิ่นในจุดหมายอื่นๆ อย่างเชียงใหม่และภูเก็ต ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้ได้รู้จักกับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่ยังช่วยเพิ่มอรรถรสให้ทุกการเดินทางเป็นการพักผ่อนที่ครบรสและมีความสุขทุกครั้งที่นึกถึง

ขุนเขายิ่งใหญ่ตระการตาและวัฒนธรรมงดงามของภาคเหนือ และหาดทรายขาวกับน้ำทะเลสีฟ้าใสของภาคใต้ คือแม่เหล็กที่ดึงดูดให้ต้องกลับมาเยือนครั้งแล้วครั้งเล่า เชียงใหม่และภูเก็ตคือ สองจุดหมายยอดนิยมตลอดกาล ไม่เพียงแต่ทั้งสองแห่งจะมีร้านอาหารนานาชาติที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่อาหารท้องถิ่นยังเป็นประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนหลายต่อหลายรุ่น

เชียงใหม่

“ขันโตก” คือประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมที่ต้องลองสักครั้งเมื่อมาเยือนเชียงใหม่ ประกอบด้วยอาหารพื้นเมือง 5 ชนิดได้แก่ แกงอ่อม แกงฮังเล แคบหมู น้ำพริกอ่อง ผักสด และชิ้นปิ้ง (หมูย่าง) เสิร์ฟพร้อม “ข้าวนึ่ง” หรือข้าวเหนียว นอกจากรสชาติอาหารเมืองเหนือ ขณะรับประทาน จะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมแบบล้านนาจัดแสดงไปพร้อมกับมื้ออาหาร หรือจะเลือกรับประทานอาหารนานาชาติท่ามกลางบรรยากาศแบบเมืองเหนือในโรงแรมห้าดาวก็โรแมนติกไม่แพ้กัน


ภูเก็ต

ด้วยทำเลที่ตั้งบนเกาะกลางทะเลอันดามันอันอุดมสมบูรณ์ อาหารทะเลสดๆ หลากหลายรูปแบบ ทั้งเมนูฟิวชันในโรงแรมห้าดาว จานเด็ดปรุงสูตรพื้นบ้านในร้านอาหารท้องถิ่น หรือแบบสดๆ จากแผงริมทะเล ก็ล้วนแล้วแต่น่าลิ้มลองทั้งสิ้น หรือหากอยากจะดินเนอร์ริมหาดพร้อมจับคู่อาหารหลากเมนูกับไวน์รสเลิศ ภูเก็ตก็มีร้านให้เลือกสัมผัสประสบการณ์โรแมนติกมากมายแทบทุกหาดเลยทีเดียว


การบินไทยให้บริการท่านทุกวัน ระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพ-ภูเก็ต สำรองที่นั่งได้แล้ววันนี้ที่ thaiairways.com  

กลับไปหน้าหลัก