ค้นหาจิตวิญญาณแห่งสงกรานต์ สืบสานวิถีน้ำวิถีไทย

สงกรานต์คือเทศกาลประจำปีที่คนไทยแทบทุกคนต่างเฝ้ารอคอย เพราะไม่เพียงเป็นเทศกาลวันหยุดยาวที่จะได้พักผ่อนจากหน้าที่การงาน แต่ยังเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษ โดยเฉพาะคนไกลบ้านที่จะมีโอกาสได้กลับไปเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ไทยกับครอบครัวและคนรัก สำหรับคนหนุ่มสาว สงกรานต์คือช่วงเวลาที่จะสนุกสนานไปกับการเล่นน้ำเย็นฉ่ำท่ามกลางอากาศร้อนจัดกลางเดือนเมษายน และแม้ว่าท้องถนนที่อัดแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวถือปืนฉีดน้ำคือภาพที่แสนจะคุ้นเคย แต่นอกเหนือจากความสนุกสนานในการเล่นน้ำคลายร้อน เทศกาลสงกรานต์ยังแฝงค่านิยมทางวัฒนธรรมอีกหลายแง่มุมเอาไว้ รอให้เข้าไปค้นหาและสัมผัส

การบินไทยพาท่านเดินทางไปชมแง่งามของประเพณีไทยที่มีอายุเก่าแก่หลายศตวรรษ


13 เมษายน...วันขึ้นปีใหม่ไทย

สงกรานต์เป็นประเพณีที่ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียและศาสนาฮินดู คำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า “การเคลื่อนย้าย” หมายถึงการเคลื่อนย้ายของดวงอาทิตย์จากราศีหนึ่งเข้าสู่อีกราศีหนึ่ง โดยในปัจจุบันตรงกับการเคลื่อนจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ ซึ่งนับว่าเป็นการเริ่มต้นของปีใหม่ที่เรียกว่า “มหาสงกรานต์” นอกจากนี้ สงกรานต์ยังถือเป็นช่วงเวลาของการสิ้นสุดฤดูแล้งและย่างเข้าสู่ฤดูฝนในเดือนห้าตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งเดิมที ถือเอาวันแรกของเดือนธันวาคมของทุกปีเป็นวันใหม่ แต่เมื่อรับเอาคตินี้มา จึงได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่มาเป็นวันมหาสงกรานต์ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นวันที่ 1 มกราคมตามวันปีใหม่สากลในภายหลัง ทั้งนี้ ในแต่ละปี วันมหาสงกรานต์จะเปลี่ยนไปการคำนวณของพราหมณ์ แต่สำหรับในประเทศไทย ได้มีการกำหนดตายตัวให้วันที่ 13 เมษายนของทุกปีเป็นวันสงกรานต์และถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยอย่างเป็นทางการ


ทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ ก่อพระเจดีย์ทราย

สงกรานต์เป็นประเพณีทางศาสนาพุทธที่รุ่มรวยสัญลักษณ์ สำหรับพุทธศาสนิกชน กิจกรรมหลักในเช้าวันมหาสงกรานต์คือ การไปวัดทำบุญตักบาตร ไหว้พระสวดมนต์ ตลอดจนสรงน้ำพระพุทธรูป เพื่อเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นปีใหม่ไทย เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ และปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป จังหวัดทางภาคเหนือจะมีการจุดปะทัดขับไล่สิ่งชั่วร้ายและมีขบวนแห่พระพุทธรูปประจำเมือง หลังจากเสร็จพิธีตักบาตร จะมีการก่อพระเจดีย์ทรายเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างอานิสงส์ที่มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลตามที่ค้นพบหลักฐานในพระไตรปิฎกแล้ว ในปัจจุบัน ยังถือว่าเป็นการชดใช้ดินทรายที่ติดเท้าของผู้เข้าวัดทำบุญมาตลอดทั้งปีคืนให้แก่วัดอีกด้วย นอกจากนี้ ในมุมมองเชิงสังคมและวัฒนธรรม การก่อพระเจดีย์ทรายยังเป็นการสร้างความสามัคคีของคนในชุมชน โดยหลายแห่งมีการจัดประกวดพระเจดีย์ทรายที่ร่วมกันก่อเป็นทีม


รดน้ำดำหัว ครอบครัวสุขสันต์

หลังจากเสร็จพิธีทำบุญตักบาตร ทั้งที่วัดซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชนและที่บ้าน จะมีการจัดพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพิธีกรรมที่มีจุดเริ่มต้นจากอาณาจักรล้านนา โดยในอดีต การ “รดน้ำ” หมายถึงการอาบน้ำและการ “ดำหัว” หมายถึงการสระผมให้ผู้ใหญ่ เพื่อเป็นการขอขมาลาโทษที่อาจได้ล่วงเกินผู้ใหญ่ในปีที่ผ่านมาตลอดจนเป็นการขอพรปีใหม่ เดิมที การรดน้ำดำหัวแบบทางเหนือกระทำกัน 3 แบบคือ 1) รดน้ำดำหัวตนเอง เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายเสริมสร้างสิริมงคล 2) รดน้ำดำหัวผู้น้อยเช่น บุตร หลาน และ 3) รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ นอกจากนี้ ประเพณีการรดน้ำดำหัว ยังถือเป็นการรวมญาติและเสริมสร้างความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวให้แน่นแฟ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ประเพณีการรดน้ำดำหัวได้เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย โดยนิยมรดน้ำดำหัวเฉพาะผู้ใหญ่ รวมทั้งมีการสรงน้ำพระสงฆ์ด้วย


สนุกสนานกับการเล่นน้ำ

            หลังจากเสร็จสิ้นพิธีกรรมทางศาสนาและการสังสรรค์กับครอบครัว ก็ได้เวลาของการคลายร้อนด้วยการเล่นน้ำสงกรานต์ ในอดีต การเล่นน้ำสงกรานต์มักจะเล่นกันด้วยความอ่อนโยน โดยใช้ขันหรือใช้การปะพรมน้ำผสมน้ำอบลอยดอกไม้ชนิดต่างๆ อีกทั้งจะขออนุญาตก่อนและมีการอวยพรปีใหม่ให้แก่กัน อย่างไรก็ตาม การเล่นน้ำสงกรานต์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต โดยมีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ปืนฉีดน้ำ ถังน้ำ เพิ่มความสนุกสนานในการเล่นน้ำยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีการเปิดเพลงจังหวะเร้าใจประกอบ โดยการเล่นน้ำสงกรานต์มักจะเริ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายยาวไปถึงช่วงค่ำ นับเป็นการส่งความสุขวันปีใหม่ไทยในรูปแบบใหม่


สุดยอดจุดหมายฉลองสงกรานต์

การฉลองเทศกาลสงกรานต์ในประเทศไทยนั้นแตกต่างกันไปแต่ละภูมิภาค ทั้งในเรื่องของวันและระยะเวลาที่จัด รายละเอียดกิจกรรม และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละท้องถิ่น ในกรุงเทพมหานคร นอกจากจะมีพิธีทำบุญตักบาตรและก่อพระเจดีย์ทรายตามวัดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ แล้ว ยังมีการฉลองสงกรานต์อีกหลากหลายกิจกรรม อาทิ ล่องเรือไหว้พระ พิธีสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง และมีการเล่นน้ำอย่างสนุกสนานบนถนนข้าวสารและถนนสีลม ในช่วงบ่ายจนถึงช่วงกลางคืนอีกด้วย ส่วนที่จ.เชียงใหม่ จุดหมายยอดนิยมและฉลองเทศกาลสงกรานต์ที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่ง มีประเพณีฉลองสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 13 -17 เมษายนเลยทีเดียว โดยในแต่ละวันจะมีกิจกรรมแตกต่างกันไปตามคติความเชื่อแบบล้านนา สำหรับ จังหวัดภูเก็ต งานสงกรานต์ริมฝั่งทะเลอันดามัน เริ่มด้วยพิธีทำบุญตักบาตรที่วัดสุวรรณคีรีวงก์ พร้อมทั้งมีการสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์และการแสดงนาฏศิลป์ต่างๆ ในช่วงเช้าและเล่นน้ำได้ที่หาดป่าตองตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นไป หากยังไม่เต็มอิ่มกับการฉลองสงกรานต์ สงกรานต์ที่พัทยาที่เรียกกันว่า “วันไหลพัทยา” จัดขึ้นในวันที่ 19 เมษายน ของทุกปี โดยจะมีการปิดถนนเลียบหาดและมีขบวนแห่พระพุทธรูป ตลอดจนขบวนกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ ให้ได้ชมกันอย่างเต็มอิ่ม


ร่วมแบ่งปันความสุขและฉลองปีใหม่ไทยไปกับการบินไทย ให้บริการเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ - เชียงใหม่, ภูเก็ต สำรองที่นั่งได้แล้ววันนี้ที่ thaiairways.com

กลับไปหน้าหลัก